การขัดแย้งกันระหว่างสงครามสหรัฐออเมริกา และ สหภาพโซเวียต

15 พฤษภาคม 2020 By admin

วันนี้เราจะมาเล่าเรื่องของการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในกัมพูชา ในยุคเขรมแดงแต่ว่าก่อนอื่นเลยทุกคนเคยรู้จักหรือว่าเกิดทันในยุคของเขมรแดงหรือไม่หลายๆคนก็อาจจะเคยรู็หรือว่าได้ยิน เรื่องราวที่มันได้เกิดขึ้นในประเทศกัมพูชา เมื่อประมาณในปี1975-1979 หรือเมื่อประมาณ40ปีที่แล้วว่าได้มีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่เกิดขึ้นหรือบางคนอาจจะเคยได้ยินว่าทุ่งสังหาร หรือKilling fields

ได้ยินชื่อของคุกโตลสเลง เขมรแดง หรือ Khmer Rouge และเราก็จะมาเรียนรู้เรื่องราวที่เกี่ยวกับที่มาที่ไปในช่วงระยะเวลาอันสยดสยองที่มีความโหดร้ายกัน สำหรับการที่ได้มีการสังหารหมู่ในระดับที่มีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ที่มันได้เกิดขึ้นที่ประเทศกัมพูชาในสมัยนั้นมันได้เป็นการสูญเสียที่มันไม่ได้เกิดขึ้นมาจากการทรมานและประหารชีวิตเพียงเท่านั้น

และมันยังรวมไปถึงความอดอยากการบังคับให้ได้ทำงานหนักและการสูญหายจนมันได้ทำให้ทุกววันนี้ตัวเลขของผู้ที่ได้เสียชีวิตที่แน่นอนมันก็ไม่สามารถที่จะบ่งบอกได้ออกมาอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ก็ยังได้มีการรายงานของคนที่ได้เสียชีวิตเอาไว้ที่ประมาณ1.7ล้านคนและก็ยังได้มีอีกบางรายงานที่คาดเดาของสถานการณ์มันน่าจะถึง3ล้านคน

ซึ่งได้คิดเป็นประชากรถึง1ใน4ของประเทศกัมพูชาในตอนนั้นสำหรับคนที่ได้เสียชีวิตนั้นก็จะมีทั้งคนในกัมพูชารวมไปถึงคนชาวเวียดนามอีกด้วย  นอกจากนี้สิ่งที่มันได้เกิดขึ้นในกัมพูชาในช่วงนั้นมันได้เป็นผลมาจากสงครามเย็นและในสิ่งที่มันได้เรียกว่าสงครามเย็นมันได้เป็นช่วงเวลาที่หลังสงครามโลกครั้งที่2ได้จบลงจากนั้นโลกก็ได้ถูกแบ่งแยกให้เป็น2ค่ายนั่นก็คือ ค่ายเสรีนิยม นำโดย สหรัฐอเมริกา และ ค่ายสังคมนิยมคอมมิวนิสต์

นำโดยสหภาพโซเวียต ซึ่งโดยทั้งสองประเทศนี้นั้นเขาได้พยายามที่จะสร้างอิทธิพลเหนือประเทศอื่นๆเพื่อที่จะได้หาลูกน้องเข้ามาอยู่ฝั่งของตัวเองมากที่สุดและหัวหน้าใหญ่ของทั้งสองฝ่ายนั้นเขาก็จะไม่สู้กันแบบโดยซึ่งหน้ากันจากนั้นพวกเขาก็จะใช้สิ่งที่เรียกว่าสงครามให้เป็นตัวแทนมันเป็นการสู้กันผ่านประเทศที่ได้เป็นลูกน้อง

ซึ่งในสงครามตัวแทนนั้นจะมีทั้งสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตมันก็ได้มีหลายๆสงครามซึ่งจะยกตัวอย่างเช่นในสงครามของเกาหลี สงครามที่อัฟกานิสถาน และสงครามยมคิปปูร์ และ เหตุผลที่ได้ทำสงครามตัวแทนนั้นเพื่อคานในอำนาจซึ่งกันและกันและไม่ยอมที่ฝ่ายตรงข้ามได้เข้ามามีอิทธิพลมากจนเกินไปอยู่ฝ่ายเดียวและอีกอย่างหนึ่งก็คือ

ถ้าหากว่าสหรัฐอเมริกาและสหภาพโซเวียตได้เกิดการรบกันขึ้นมามันจะมีความพังพินาศจะมากเกินไปกว่าที่จะมีใครรับไว้เพราะทั้งสองประเทศนั้นต่างก็ได้มีอาวุธนิวเคลียร์ระเบิดไฮโดรเจนและได้มีเหล่าอาวุธที่ได้มีการทำลายร้างที่สูงจนเกินไปไม่ควรที่จะนำเอาออกมาใช้

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  bk8th