ประวัติศาสตร์ภาพ บาโร้ก กับ เรเนซองส์

1 กันยายน 2020 By admin

ศิลปะสไตล์บาโร้กคือการพยายามดึงคนให้ได้กลับมานิยมศาสนจักรกันอีกครั้งหนึ่งและคนที่ศาสนจักรต้องการมันก็ไม่ใช่คนส่วนน้อยในระดับบนแต่ว่าได้เป็นคนหมู่มากหรือชาวบ้านและจะทำอย่างไรให้ชาวบ้านนี่ได้กับมาอินก็จะต้องทำให้อารมณ์มันได้บาโร้กสไตล์จึงได้มีรากฐานเป็นสถาปัตยกรรมเป็นอย่างแรกเพราะว่าเริ่มที่ตัวอาคาร

ซึ่งก็คือโบสถ์นั่นเองแล้วก็จะตามมาด้วยงามที่ตกแต่งภายในซึ่งมันก็คืองานจิตกรรมงานปั้นทั้งรูปปั้นและส่วนประดับอาคารนั่นเอง

การปรับปรุงงานทางด้านการตลาดอย่างยิ่งใหญ่ในครั้งนี้เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าเขาการวางเลย์เอาท์ของโบสถ์นั่นก็คือโบสถ์แบบบาโร้กจะมีพื้นที่ตรงกลางใหญ่โตเพื่อที่จะให้สาธุชนได้ใกล้กับแท่นบูชามีหลังคาที่พอจะให้แสงนั้นได้ส่องเข้ามาที่พื้นเบื้องล่างและโดมนี้ยังได้เป็นสัญลักษณ์ของการเชื่อมต่อกันในระหว่างโลกมนุษย์กับสวรรค์อีกด้วย

ซึ่งภายในโมนั้นจะประดับตกแต่งไปด้วยจิตกรรมเทวดาและเหล่านักบุญความแตกต่างระหว่างสไตล์บาโร้กกับสไตล์เรเนซองส์ที่ได้มาก่อนหน้านี้มันจะมีความต่างกันตรงที่ความแน่นต่างกันที่ความเยอะถ้าเราจะบอกว่าภาพในจิตกรรมในSistine Chapelคือตัวแทนของจิตกรรมเรเนซองส์และยังได้เป็นรูปภาพที่ได้เล่าเรื่องราวในพระคัมภีร์แต่ละช่องในหนึ่งภาพนั้นเป็นหนึ่งเรื่องราวเวลาดูจะให้ดูกันไปแต่ละช่องๆแต่ว่าจิตกรรมศลปะสไตล์บาโร้กมันไม่เหมือนกัน

นอกจากนี้เองบาโร้กเขาจะถูกวาดขึ้นมาเพื่อให้มองขึ้นไปเห็นแล้วดูแล้วต้องร้องว้าวว่าทำไมมันถึงได้ยิ่งใหญ่ได้ขนาดนี้คือทั้งหมดนั้นมันคือรูปเดียวมองดูทีเดียวและร้องว้าวไปเลยเล่นใหญ่มากที่สุดและนอกจากงานวาดแล้วมันก็ยังได้มีงานที่ผสมผสานงานปูนปั่นหรือที่เรียกว่าต๊กโกวและภาพจิตกรรมที่ผสมผสานงานสถานปัตยกรรมเช่นภาพเทวดาที่ได้มองลงมาจากคานหรือว่าราวบันไดเขาจะวาดแบบให้หลอกหลวงสายตาว่ามันได้มีคนอยู่จริงๆและได้กำลังมองลงมาที่ด้านล่าง

ดั้งนั้นความแตกต่างภายในโบสถ์ก็จะแน่ไปในการกระตุ่นอารมณ์และก็ได้สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ที่ได้พบเห็นก็อย่างที่ได้บอกไปตั้งแต่แรกมันก็คือความเยอะความแน่นใครเล่นใหญ่ก็มันก็จะต้องมีคนมาทำให้มันใหญ่ๆขึ้นๆเปรียบเทียบสไตล์งานสถานปัตยกรรม เรเนซองส์ กับ บาโร้ก ก็คืองานสถานปัตยกรรมแบบเรเนซองส์ก็จะมีความพยายามที่จะกลับไปสู่รากเเง้าความเป็นสถานปัตยกรรมกรีกและโรมัน