ประวัติศาสตร์ เนะ สยำกุกฺ

30 สิงหาคม 2020 By admin

ซึ่งถ้าหากว่าใครที่เคยได้ไปเยือนที่นครวัดเป็นสถานที่เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกสักครั้งหนึ่งจะรู้สึกว่ามันน่าพิศวงมากนึกตะลึงในใจว่าคนในสมัยก่อนนั้นเขาสร้างมันขึ้นมาได้อย่างไงและที่ระเบียงชั้นนอกของปราสาทนครวัดจะมีภาพสลักนูนต่ำรูปขบวนทัพสมัยพระเจ้าวรมันสมัยที่2และที่มันน่าสังเกตก็คือในบรรดากองทัพของทหารทั้งหมดมีอยู่ทักหนึ่ง

ซึ่งเขาได้มีท่าทางผิดไปจากพวกเป็นทัพแถวหน้าแต่งกายสวมเสื้อแขนสั้นนุงสโร่งไว้ผลยาวก้าวสูงขึ้นไปรอบเอวพันด้วยสร้อยห้อยลงมาไม่เป็นระเบียบพากันหันหน้าหันหลังคุยกันเป็นที่สนุกสนานปลายหอกเยอะแยะไปหมดนักวิชาการของฝรั่งได้มองว่าทหารพวกนี้ไม่มีวินัยกันเลยทางเขาเหล่านั้นถูกเรียกว่า “สยำกุกฺ”ดังที่ได้มีอยู่ในคำสลักว่า “ เนะสยำกุกฺ “ จะให้แปลก็จะประมาณว่านี่ไงกองทัพสยาม

ซึ่งได้สลักอยู่ในใต้ภาพนั้นได้มีการตั้งคำถามว่าเขาเหล่านี้มาจากไหนกันมาอยู่ในภาพสลักนูนต่ำของนครวัดได้อย่างไรเราไปดูกัน

นอกจากนี้สำหรับคำว่าสยำนั้น เขาว่าแปลมาจากคำว่า เสียม และคำว่าเสียมนั้นส่วนใหญ่พวกเขาจะหมายถึงสยามกันแต่ก็ยังได้มีข้อที่ยังสงสัยกันอยู่ว่าแล้วชนเผ่าในสยามในที่แห่งนี้เขาเป็นใครกันและมาจากไหนดูจากักษณะจากการเดินการแต่งกายมันก็ดูแปลกตา นักโบราณคดีชาวฝรั่งพวกเขาได้คิดว่าเป็นทัพภของพวกชาวสยามที่เข้ามาในฐานะเป็นเมืองขึ้นของพวกเขมรโบราณ

เดิมได้มีนักประวัติศาสตร์รุ่นเก่าเขาได้ตีความเอาไว้ว่าเขาได้เป็นกองทัพที่มาจากสุโขทัยเพราะแรกเดิมทีนั้นได้เชื่อกันอีกว่าเสียมในทีนี้ได้หมายถึงสุโขทัย

เนื่องจากนี้เหล่านักวิชาการสมัยใหม่ก็บอกว่ามันไม่น่าเชื่อเท่าไรและในปัจจุบันนี้ก็ไม่เหลือใครที่จะเชื่อกันอีกแล้วเพราะในช่วงของยุคนครวัดนั้นสุโขทัยยังไม่เกิดแต่พวกเสียมที่ได้กล่าวนี้ก็ยังคงจะหมายถึงกลุ่มพวกที่ได้พูกภาาไทยลาวอยู่ดี

ทั้งนี้ในคำว่าเสียมที่ได้เป็นต้นตอของคำว่าสยามทางด้านจิตภูมิศักดิ์เขานั้นได้เชื่อว่าได้เป็นพวกชนเผ่าของประเทศไทย หรือ เสียม แห่งแม่น้ำกก ที่อยู่ภาคเหนือของประเทศไทยอีกทั้งยังได้มีลายละเอียดได้กล่าวไว้อยู่ในหนังสือความเป็นมาของไทยลาวและก็ขอม

เนื่องจากว่าพื้นที่บริเวณแม่น้ำแห่งนี้ก็ได้เป็นจุดศูนย์กลางใหญ่ที่ได้มีความสำคัญของเหล่าสังคมชนชาติไทยและอารยธรรมไทยยุคก่อนหน้าพ.ศ.1800ขึ้นไปนับหลายร้อยปีจึงอาจจะเป็นไปได้ว่าเสียมหรือสยำแห่งแม่น้ำกกนี่แหละที่ได้สลักเอาไว้ในนครวัด