แวมไพร์เคยมีอยู่จริงในอดีต

7 กรกฎาคม 2021 By admin

แวมไพร์เคยมีอยู่จริงในอดีต ถ้าพูดถึงผีดูดเลือด แวมไพร์หรือแดร็กคิวล่า ก็จะเป็นชี่อแรกๆที่จะนึกถึง แต่ยุคแรกๆของผีดูดเลือดยุคแรกๆก็จะเป็น ลิลิธ(Lilitu) หรือจะเป็น ซักคิวบัส(Succubus) แห่งบาบิโลเนีย ที่จะนิยมกินเลือดของเด็กกัน และก็จะรวมไปถึง Sasabonsam ที่เป็นตำนานของชาวอาซันติ(Ashanti) แห่งกาน่า ที่จะเป็นตำนานผีดูดเลือดในยุคแรกๆก่อนที่จะมีแวมไพร์ ซึ่งแวมไพร์จะเป็นสายพันธุ์เดียวกัน

ซึ่งแวมไพร์จะเป็นตำนานของผีดูดเลืดที่เชื่อกันในยุคกลาง ของยุโรป ที่คริสต์ศตวรรษที่14-15 ที่จะมีรูปร่างคล้ายมนุษย์แต่จะกินเลือดของมนุษย์เป็นอาหารแทนและจะมีความเป็นอมตะอีกด้วย ซึ่งที่มาของแดร็กคิวล่าจะเป็นตัวละครที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยนักเขียนที่มีชื่อว่า บราม สโตกเกอร์ (Bram Stocker) โดยที่เขาได้เขียนเรื่องแดร็กคิวล่าขึ้นมาในเดือน พฤษภาคม ปี 1897

ในนิยายจะกล่าวถึงตัวละครตัวหนึ่งที่มีชื่อว่าแดร็กคิวล่า โดยมียศเป็นท่านเคาท์ โดยที่แดร็กคิวล่าเป็นผู้ที่ฆ่าหญิงสาวมาแล้วหลายรายโดยการหลอกล่าด้วยรูปร่างหน้าตาก่อนที่จะทำการดูดเอาหลอดหรือพลังงานชีวิตของคนที่ถูกดูดและเนื้อเรื่องก็เดินมาเรื่อยจนถึงตอนจบที่ท่าเคาท์แคร็กคิวล่าโดยพีชีพโดยการที่ตัดหัวและโดนมีดแทงเข้าหัวใจในตอนที่พระอาทิตย์ขึ้นนั้นเองและนี้คือการสรุปคราวๆของนิยายที่แต่งโดย บราม สโตกเกอร์ (Bram Stocker) ที่แต่งขึ้น

และโด่งดังมากในสมัยนั้น แวมไพร์เคยมีอยู่จริงในอดีต ซึ่งแรงบันดานใจของ บราม สโตกเกอร์(Bram Stocker) ที่นำมาเขียนเรื่องนี้ก็คือเรื่องของเจ้าชายวลาดที่3 (Vlad III/Vlad Tepes) ที่เป็นเจ้าชายแห่งวาลาเคีย ที่เป็นเจ้าชายที่มีชื่อเสียงของการสู้รบและการที่ทำสงครามที่เก่งกล้ามาก และไม่เคยแพ้ใครเลย แต่มีชื่อเสียงที่ทำให้ทั้งโลกหวาดกลัวก็คือการประหารชีวิตนับแสนคนด้วยการเสียบเหล็กแหลมทะลุตัวและปล่อยให้ทรมาณจนตาย ซึ่งจะทำการเอานักโทษเป็นๆมาเสียบละนำไปตั้งที่เสาให้ตรง

และด้วยน้ำหนักตัวของนักโทษจะทำให้ร่างของนักโทษค่อยๆเสียบไหลลงมากับเหล็กแหลมจนกว่าจะหมดลมหายใจและตายในที่สุด และจากที่ได้บันทึกไว้เจ้าชายหลอกให้ชาวบ้านหรือคนยากจนเข้ามารับประทานอาหารภายในพระราชวังและการองค์ก็ทรงเสวย และชมการประหารนั้นด้วยและสั่งให้คนของท่านเรียกท่านว่าแคร็กคิวล่า ที่ซึ่งหมายความว่า บุตรแห่งมังกรหรือปีศาจ

โดยที่ผู้คนต่างตั้งฉายาให้ว่า วลาดนักเสียบ และในการตายของ เจ้าชายวลาดก็ทำการแพ้ให้กับชาวออตโตมัน และเจ้าชายวลาดได้โดยสังหารก็คือการนำเหล็กแหลมมาเสียบและตัดหัวออกมาประจาน และแวมไพร์อาจจะมีอยู่จริงในช่วงศตวรรส์ที่13-15

โดยเชื่อกันว่าเมื่อศพของใครฝั่งแล้วไม่เน่าสลายแสดงว่าศพนั้นคือแวมไพร์โดยที่คนสมัยนั้นมีความเชื่ออย่างมาก ว่าภูตผีปีศาจนั้นมีอยุ่จริง โดยที่ว่าแวมไพร์นั้นจะมีการนอนในโรงศพตอนเช้าและมีสีซีดเหมือนศพและจะมีเส้นผมหรือเล็บจะยาวขึ้นเรื่อยๆโดยที่มีการบอกต่อกันมาว่ามีแวมไพร์อยู่ที่ไหนก็จะไปทำการขุดออกมาดูการเน่าเปลือยที่กำหนด

 

สนับสนุนโดย.    หวยออนไลน์บาทละ 1000